วันเสาร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

งานของลุงธี ทำดี



                                               

ประวัติและผลการปฏิบัติงานดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม
                                              
                                                    ของ                                               

                                      พ.ต.ท.ธีรยุทธ  วัณณกุล          
                      รอง ผกก.ป.สภ.วานรนิวาส      ภ.จว.สกลนคร










ประวัติการรับราชการและผลการปฏิบัติงานดีเด่นของ พ.ต.ท.ธีรยุทธ วัณณกุล

ตำแหน่งปัจจุบัน                  รอง ผกก.ป.สภ.วานรนิวาส   ภ.จว.สกลนคร
วัน เดือน ปี เกิด                   ๑๒ ธันวาคม  ๒๕๐๑ อายุ   ๕๖ ปีเศษ  เกษียณปี พ.ศ.๒๕๖๒
บรรจุเป็นสัญญาบัตรเมื่อ     ๒๙  สิงหาคม ๒๕๒๙  อายุราชการ ๒๘   ปีเศษ
คุณวุฒิ                                  น.บ.  , ศศ.ม.
หลักสูตรอบรม                     ฝอ.ตร.ชุดที่ ๑๖    ,  ผกก. รุ่นที่ ๗๘
ประวัติการดำรงตำแหน่ง      ๒๙ ส.ค.๒๕๒๙       รอง สวส.สน.เตาปูน          บช.น.
                                              ๑๕ ก.ย.๑๕๓๖        รอง สว.ธร.สน.เตาปูน        บช.น.
                                              ๓๐ พ.ย.๒๕๓๗       รอง สว.จร.สน.โชคชัย      บช.น.
                                              ๑๖ เม.ย.๒๕๔๐       สว.งาน๑ (ฝ่ายพิจารณา ๒) รว. ก.ตร.
                                              ๑๑ ก.พ.๒๕๔๕       สวป.สภ.วานรนิวาส  ภ.จว.สกลนคร
                                              ๑๒ พ.ย.๒๕๕๐      สว.สภ.โพนงาม  ภ.จว.สกลนคร
                                              ๒๐ พ.ย.๒๕๕๑      รอง ผกก.ป.สภ.วานรนิวาส  ภ.จว.สกลนคร
อัตราเงินเดือน                        ๔๕,๗๕๐   บาท
ผลงานดีเด่น                          ๑.ได้รับเกียรติบัตรป้องกันยาเสพติดดีเด่นของ ภ.๔ ปี พ.ศ.๒๕๔๖
๒.เป็นผู้ควบคุมและเป็นครูผู้ฝึกเองในการประกวดการฝึกจน    ชนะเลิศประกวดการฝึกระดับ ภ.จว.แต่ ปี ๒๕๕๐  ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน  ส่วนระดับ ภ.๔  ดีที่สุดได้ลำดับที่ ๒
๓.เป็นผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชน ของ ภ.จว.สกลนคร ตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๕๒  มาจนถึงปัจจุบัน ผ่านสถานการณ์สำคัญๆเป็นจำนวนมาก ได้แก่
        - เหตุการณ์  ปี พ.ศ.๒๕๕๓    (ม็อบเสื้อแดง)
     - เหตุการณ์   ปี พ.ศ.๒๕๕๕   (ม็อบเสธอ้าย)
       - เหตุการณ์   ปี พ.ศ.๒๕๕๖ – ๒๕๕๗  (ม็อบ กปปส.)
๔.ได้รับเชิญเป็นวิทยากร กรรมการงานด้านต่างๆจากส่วนราชการต่างๆหลากหลายหลักสูตร  ได้แก่
       - หลักสูตร ชรบ.
        - หลักสูตร อ.ป.พ.ร.
        - เป็นวิทยากรงานยาเสพติดให้โทษ
        - เป็นวิทยากรงานจราจร
       - เป็นกรรมการตรวจและประกวดการฝึก
       - เป็นกรรมการสถานศึกษา กรรมการงานประเพณีต่างๆ เป็นที่ปรึกษาชมรมจิตอาสาในพื้นที่
       - เป็น ดี.เจ.สถานีวิทยุชุมชน
๕. เป็นผู้บังคับกองเกียรติยศในงานพระราชทานเพลิงศพข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนใต้ซึ่งนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลยัง จว.สกลนคร

ภูมิลำเนา                               ๖๓ หมู่ ๕ ตำบลวานรนิวาส อำเภอวานรนิวาส
                                              จังหวัดสกลนคร    ๔๗๑๒๐ 
โทรศัพท์                               โทร.๐๘๔ – ๙๖๒๓๖๕๓ , ๐๔๒ – ๗๙๑๕๗๔













๑.การประกวดการฝึกประจำปี                                          

๒.เป็นผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชน                                            

๓.งานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์                                              

๔.เป็นวิทยากรรับเชิญหลากหลายสถาบัน/องค์กร                              

๕.ตรากตรำทำงานในหน้าที่อย่างสม่ำเสมอทั้งกลางวันกลางคืนไม่ทอดทิ้ง    ผู้ใต้บังคับบัญชา อีกทั้งไม่หลบหนีออกนอกเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ทั้งวันราชการและวันหยุดราชการ

๖. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษเฉพาะกิจ           

๗.ผลการจับกุมคดีสำคัญและการได้รับโล่ประกาศเกียรติบัตรต่างๆ                   










                                             ๑.การประกวดการฝึกประจำปี

( เป็นครูฝึกและสั่งแถวเองมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน)

                            

        
              

      




 


                           ๒.เป็นผู้บังคับกองร้อยควบคุมฝูงชน
(ตั้งแต่เริ่มแรกจัดตั้งกองร้อย คฝ. แต่ปี พ.ศ.๒๕๕๒
อยู่ในเหตุการณ์สำคัญ/แนวหน้ามาโดยตลอด)
 
( ปี พ.ศ.๒๕๕๓  ม็อบเสื้อแดง  )                                            
 รักษาที่มั่นครั้งสุดท้าย สถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ อาคารมาลีนนท์
                     


                     

                              
                     

          

                                    
                        ปี พ.ศ. ๒๕๕๕  ม็อบเสธอ้าย

(คฝ.๑ สกลนคร  อยู่กลางสะพานมัฆวานรังสรรค์และอยู่แถวหน้าสุดปฎิบัติหน้าที่แต่ ๐๔.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. ของวันปะทะตรากตรำลำบากมาก)
                              

            


          

          




                         















                                             ปี พ.ศ.๒๕๕๖ – ๒๕๕๗  ม็อบ กปปส.

(วีรกรรมแยกนางเลิ้ง  เปิดฉากการปะทะครั้งแรกของกำลังรัฐบาลกับกำลังของม็อบโดยมีการปะทะกันระหว่าง คฝ. สกลนคร กับ ม็อบ คปท.ที่แยกสนามม้านางเลิ้งเมื่อเดือน พ.ย.๒๕๕๖) 












( สะพานชมัยมรุเชษฐ์ ๓๐ พ.ย.- ๒ ธ.ค.๒๕๕๖ ทั้งกลางวันกลางคืน ต่อเนื่องกันทั้งรุกทั้งรับตรากตรำอย่างมากโดยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับ คฝ.ลพบุรี)




















( ช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค.๒๕๕๗  ขึ้น-ล่อง สกลนคร – กทม.
สับเปลี่ยนหมุนเวียนกำลังตลอดหลากหลายภารกิจ)

















(สุดท้าย ๒๐พ.ค.๒๕๕๗  ปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ถนนอักษะทำหน้าที่รักษาพื้นที่รายรอบเวทีของม็อบเสื้อแดงเพื่อป้องกันการโจมตีด้วยอาวุธ เอ็ม ๗๙ ก่อนที่จะส่งมอบพื้นที่ให้กับทางทหาร)

 


                                             ๓.งานชุมชนและมวลชนสัมพันธ์

( ออกปฏิบัติการตามคำสั่งนโยบายของหน่วยเหนืออย่างต่อเนื่อง
หลากหลายกิจกรรมมาโดยตลอด)



























                                 ๔.เป็นวิทยากรรับเชิญหลากหลายสถาบัน/องค์กร






















































๕.ตรากตรำทำงานในหน้าที่อย่างสม่ำเสมอทั้งกลางวันกลางคืนไม่ทอดทิ้ง   ผู้ใต้บังคับบัญชา อีกทั้งไม่หลบหนีออกนอกเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ
ทั้งวันราชการและวันหยุดราชการ

(ใช้รถจักรยานสองล้อเป็นพาหนะในการออกตรวจเพื่อให้เกิดความใกล้ชิดกับราษฏร)





(ออกตรวจที่ตลาดสดตั้งแต่เช้ามืดเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับราษฎรและเป็นการตรวจสอบผู้ใต้บังคับบัญชาที่เข้าเวรผลัดดึกไปในตัวด้วย)










                                                  (มีความเป็นกันเองกับราษฎร)







( ปล่อยแถวสายตรวจและออกตรวจธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ
และตรวจสอบการทำงานของสายตรวจต่างๆอย่างสม่ำเสมอ)


















                                   (ตรวจปัสสาวะกำนัน –ผู้ใหญ่บ้าน หาสารเสพติด)










(กลางคืนร่วมกับผู้ใต้บังคับบัญชา อาสาตำรวจบ้าน
ดูแลงานมหรสพต่างๆ ไม่ทอดทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชา)










                     (จัดระบบการรักษาความสงบงานมหรสพหมอลำซิ่งแบบครบวงจร)

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhg1H-jF4Lv5tcWbZzU4ucx8AtbhyphenhyphenGDCheMO8kPd-nM5ldLMmjnfwck5Ck423KGp9BvoHsnLsHe6ZyTJtD8ypJVxi7Bk-_tDYbZaz2jcWdzQWPWnjDnwZ5S80bF8Ei1qIXFk-nWkyJDpVTl/s320/P1150521.JPG

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEi97fDZKtXb_qfxGy87GVmD2fJY-SlSQwq7n6OCkXu9_aCy0QnRDLLnUuSX1R4j1qdsZSLo3it3OsWS6hc59aYN6cZETVqbKof-YAm3dYTfjD-bLumi1K4DhWa5nE6-v74zjjv38EOR3LPZ/s320/P1150487.JPG

https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEjBtGr-ZqWM4cR0wT29bQMYAM6QtBcH5swFYv8NG9IEUOWfg_k7_MBxLiRYi1b7kB16NtA__c9LYyrU8f_oB7feAts79qaHvyuyybdjY30vV8znebxh1XZzMWnzVJo7LdmkM1MmojUSeo3u/s320/P1150490.JPG






https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhd8ckiZSFrpmaNx0Pc9VyGf4BEERH7x4AzIZSOU4uxDSrbhe_4rbHieEaAAZNgPdSFpkVCgOng89ukjufrGMdvlG7mX9AmYsiErHSgXxuH42FIVFM_aZlpagfasSTPK5X5aPXoC-oJ82Ic/s320/P1150555.JPG




https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEhmosVA26vp2YlyCg9VHVtBnPS9Zytcxz7TligxO6lbtcWH_KdtPBPe5rompQvcRhnD3A7O6ktfTYhCBUZoUUSOwPoArSjKoQ87zW_HmbR2lJyF3PVXjg8bXA4oaY-9HnytEmgL5F_dmh9D/s320/P1150530.JPG






(ออกทำการควบคุมกำกับดูแลงานสายตรวจต่างๆประชุมแถวชี้แจงภารกิจยังพื้นที่สาธารณะเพื่อแสดงกำลังให้ประชาชนเห็นว่ามี จนท.ตำรวจ  ทำงานอยู่ตลอดเวลา)




(เรียกข้าราชการตำรวจฝึกและอออกกำลังช่วงเช้ามืดเพื่อเตรียมความพร้อม
ของร่างกายและจิตใจให้พร้อมที่จะทำงานอยู่ตลอดเวลา)




(ออกอำนวยการจราจรเมื่อมีขบวนพาเหรดต่างๆในพื้นที่)












(ประสานการทำงานร่วมกับทางปกครอง – ทหาร – เอกชน )









                 ๖. ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่พิเศษเฉพาะกิจ


(เป็นผู้บังคับกองเกียรติยศในงานพระราชทานเพลิงศพตำรวจกล้า
ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ชายแดนใต้แล้วนำศพมาบำเพ็นกุศลที่บ้านเกิด)








(ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในการถวายความปลอดภัย เดโชชัย ๓ ในการเสด็จฯพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร เป็นเวลา ๕ วัน  โดยผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ดูแลพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัย
ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทุกปี)









                      ๗.ผลการจับกุมคดีสำคัญและการได้รับโล่ประกาศเกียรติบัตรต่างๆ


(จับกุมไม้พยูง จำนวน ๖๗ ท่อน )







                                     (ได้รับโล่ประกวดการฝึก ของ ภ.๔ )






                                     (ได้รับโล่ดีเด่นด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากร)  

 


(ได้รับเกียรติบัตรในฐานะเป็นวิทยากรยาเสพติด)


      
                                 (ได้รับพระราชทานเหรียญการชาดสมนาคุณชั้นที่ ๓)


    (โล่รางวัลชมเชยสถานีตำรวจดีเด่นด้านงานป้องกันปราบปราม)


(เกียรติบัตรชนะเลิศการฝึก ของ ภ.๔  ได้ลำดับที่ ๓ )





(การแถลงข่าวคดีสำคัญ)



(สิ่งที่ภาคภูมิใจคือได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่ ผบ.ร้อย
กองร้อย คฝ. อยู่ประจำแนวหน้ามาโดยตลอด)

วันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เกษียณแล้วลุงธีจะทำอะไร


นี่ก็ใกล้เวลาที่ลุงธี   จะเกษียณอายุราชการแล้วครับ....
ลุงธีคิดเอาไว้ ๒ ถึง ๓ ข้อ  ว่าจะอยู่อย่างไร...เรียกว่าฝันเอาไว้นั่นแหละครัาบบ
เรื่องแรกที่อยากทำก็คือ

อยากให้รางวัล  หรือให้กำลังใจ  คนที่ทำความดีที่ลุงธีไปประสบพบเห็น
คนดีที่ลุงธีว่านี้นั้นต้องเป็นคนที่ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีคนรู้จักนะครับ....

เรื่ีองที่สอง ก็คือ  อยากเดินทางไปยังที่ต่างๆแบบช้าๆไม่รีบเร่งเพื่อท่องเที่ยว
และจะได้พบกับคนดีดีที่ว่าไว้นั่นไงครับ

เรื่องสุดท้ายอยากออกกำลังการอย่างสม่ำเสมอน่ะครับ.....


ไม่รู้ว่าฝันจะเป็นจริงหรือไม่....ปี ๒๕๖๒  ก็จะรู้กันล่ะครับ...อิอิ...







.............................................

วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2557

ตำรวจควบคุมฝูงชนของลุงธี ทำดี



ครับผม.....นานแล้วที่ลุงธีไม่ได้โพสภาพหรือข้อความ
ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ....เหตุเพราะบ้านเมืองตั้งแต่
กลางปี พ.ศ.๒๕๕๖  จนกระทั่งทุกวันนี้ กลางปี พ.ศ.๒๕๕๗
เหตุการทางการเมืองยังไม่สงบ โดยมีม็อบของ กปปส
และอีกหลายๆกลุ่มเข้าไปเรียกร้องทางการเมือง
ในเขต กทม. และปริมณฑล หรือแม้แต่ต่างจังหวัด
ก็มีการชุมชนกันเหมือนกัน แต่ก็ไม่มากเท่ากับที่ส่วนกลาง
ลุงธี.......ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา
ให้ทำหน้าที่เป็น ผบ.ร้อยที่ ๑  กองร้อยควบคุมฝูงชน
ของจังหวัดสกลนคร จึงได้รับคำสั่งให้นำกำลัง
กองร้อยควบคุมฝูงชนเดินทางลงไปทำงานที่ กทม. และ
ปริมณฑลบ่อยครั้งมากจึงไม่ค่อยจะได้มาพบกับแฟนคลับนะครับ
  หากถามว่าลุงธีนำกำลังไป
กี่ครั้งแล้ว...ขอยอมรับว่าจำไม่ได้....เพราะมันมากเสีย
จนจำไม่หวาดไม่ไหว....ถามว่าเบื่อไหมไปบ่อยๆ
อันนี้ลุงธีตอบได้อย่างเต็มปากเต็มคำได้เลยว่า
...ไม่เบื่อเลย....ชอบมากคร้าบบบ...
งาน คฝ.  หรือเดิมเรียกว่า  ปจ. เนี๊ย..ลุงธีชอบมาก...
มันเป็นงานของลูกผู้ชายครับ...
คำว่าลูกผู้ชาย...มันอธิบายกันยากครับ...มันต้องเข้าไป
สัมผัสกับบรรยากาศของความลำบาก..เสี่ยงภัย...อดทน..
...การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า...การรักเพื่อน..ความสามัคคี...
หากใครอยู่กับมันได้...นั่นแหละเขาเรียกว่าลูกผู้ชายครับผม....

....วันนี้ลุงธีก็เลยขอนำเสนอภาพถ่ายต่างๆที่ลุงธีกับเพื่อนๆ
กองร้อยที่ ๑ สกลนคร ได้เดินทางลงไปปฏิบัติงานที่ กทม.
และปริมณฑลมาให้แฟนคลับชมก็แล้วกันนะคร้าบบบบ.........







































วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

ประเทศไทยประชาชนยังไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ



โอเค ครับผม.....วันนี้ ๒๘ ม.ค.๒๕๕๗  ลุงธีได้ติดตามอ่านบล็อกของ
ท่าน พ.ต.ท.สุพจน์ มัจฉา  ซึ่งท่านได้นำเอาบทความของ
ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์
ที่เขียนถึงผลการวิจัยที่สรุปว่าเมืองไทยชาวบ้าน
ยังไม่มั่นใจ...ยังไม่เชื่อถือ....ไม่ไว้วางใจในพฤติกรรมของ
ตำรวจไทย...โดยผลการสำรวจตำรวจไทยอยู่ในกลุ่มของสิ่งที่ไม่ดี
ลุงธีเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์...เผื่อผู้เกี่ยวข้องจะได้นำเอาข้อมูล
ไปปรับปรุงพัฒนาการทำงานของตนเอง
จึงได้นำบทความนั้น
มาเผยแพร่ในบล็อกของลุงธีก็แล้วกัน
ลุงธีเป็นตำรวจ...รู้ดี...ทราบดี...บางครั้งก็พูดออกมาไม่ได้
ให้คนอื่นพูดแทนน่าจะดีกว่าที่ลุงธีพูดเองนะคร้าบบบ
เชิญติดตามชมได้แล้วครับ...........


คนไทยมั่นใจตำรวจในระดับต่ำ (๒๗ มกราคม ๒๕๕๗)

สายตรวจระวังภัย : เปิดงานวิจัยระดับโลก คนไทยมั่นใจตำรวจในระดับต่ำ : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

การวิจัยด้านสังคมศาสตร์โดยเฉพาะความเชื่อมั่นของประชาชนถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้การดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ประสบความสำเร็จ ในแวดวงตำรวจเองก็มีการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อตำรวจสม่ำเสมอเช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ อาจารย์คณะตำรวจศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง "ความเชื่อมั่นของประชาชนในการตำรวจและศาล" ซึ่งถูกจัดให้เป็นงานวิจัยระดับโลก และหลังจากงานวิจัยชิ้นนี้เผยแพร่สู่แวดวงการศึกษา สำนักพิมพ์ "Scholar’s Press" ของประเทศเยอรมนี ได้ซื้อลิขสิทธิ์ไปจัดพิมพ์เป็นหนังสือฉบับภาษาอังกฤษชื่อ "Public Confidence in the Police and Courts : A Cross-National Analysis" วางจำหน่ายในร้านหนังสือกว่า ๘ หมื่นแห่งทั่วโลก

งานวิจัยชิ้นนี้วิเคราะห์ความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจและศาลเชิงเปรียบเทียบจำนวน ๓๖ ประเทศใน ๖ ทวีปคืออเมริกาเหนือและกลาง, อเมริกาใต้, ยุโรป, เอเชีย, แอฟริกา และโอเชียเนีย โดยมุ่งศึกษาเกี่ยวกับความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจซึ่งจะมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ โดยเฉพาะงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

"ผลการวิจัยพบว่าประเทศที่ประชาชนมั่นใจต่อตำรวจสูงสุดคือประเทศฟินแลนด์และเวียดนาม ขณะที่ประชาชนมั่นใจต่อตำรวจน้อยที่สุดคืออาร์เจนตินาตามด้วยมอลโดวา ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๒๗ จากทั้งหมด ๓๖ ประเทศซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ ขณะที่ประเทศที่ประชาชนมั่นใจต่อเจ้าหน้าที่ศาลสูงสุดคือเวียดนามตามด้วยนอร์เวย์, ฟินแลนด์และจีนตามลำดับ ขณะเดียวกันประเทศอาร์เจนตินา เป็นประเทศที่ประชาชนมีความมั่นใจต่อศาลน้อยสุด ส่วนประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ ๑๐ จากทั้งหมด ๓๖ ประเทศ" ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ เปิดเผยพร้อมขยายความว่า

ปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจสามารถแบ่งได้ ๒ ระดับคือระดับชาติ ความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจ โดยประเทศที่มีความแตกต่างทางรายได้ของประชาชนสูงจะมีความเชื่อมั่นต่อตำรวจต่ำ ประชาชนที่มีรายได้ต่ำและอาศัยอยู่ในประเทศที่มีความแตกต่างในเรื่องรายได้อยู่ในระดับสูงจะมองว่าตำรวจจะเลือกปฏิบัติกับประชาชน

ขณะที่ปัจจัยด้านการปกครองจะมีผลต่อความเชื่อมั่นต่อองค์กรตำรวจและศาลเช่นกัน โดยในประเทศที่ปกครองแบบเผด็จการเช่นจีนและเวียดนามจะมั่นใจในองค์กรตำรวจและศาลสูงกว่าประเทศที่กำลังพัฒนาสู่การปกครองในระบอบประชาธิปไตย เช่น อาร์เจนตินา ขณะที่ระดับตัวบุคคล การเชื่อถือเพื่อนบ้านจะส่งผลต่อความมั่นใจต่อทั้งตำรวจและศาลมากที่สุด

"การป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมให้ได้ผลจะอาศัยตำรวจอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก ตำรวจต้องได้รับความร่วมมืออย่างดีจากประชาชน ซึ่งการที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือได้ตำรวจต้องได้รับความไว้วางใจและความเชื่อมั่นจากประชาชนก่อน แต่ผลวิจัยพบว่าตำรวจไทยเรายังได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนในระดับต่ำ ซึ่งตำรวจต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนให้มากขึ้น" ร.ต.อ.ดร.ยิ่งยศ ให้ข้อมูล

งานวิจัยชิ้นนี้เป็นงานวิจัยที่สมบูรณ์และครอบคลุมที่สุดในการศึกษาเรื่องความมั่นใจของประชาชนที่มีต่อตำรวจและศาลและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับบุคคลในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะตำรวจควรนำไปศึกษาเนื่องจากปัจจุบันคนไทยเชื่อมั่นต่อตำรวจต่ำ หากตำรวจได้ศึกษาจะทำให้ทราบถึงวิธีการสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป


                                                        ภาพกิจกรรมต่างๆของลุงธี

วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2557

กับดักทางการเมือง....กับตำรวจไทย.....


ตำรวจมะเขือเทศ? : โลกตำรวจ โดย ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข (๑๒ มกราคม ๒๕๕๗)

"ความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อตำรวจต่ำถึงสุดขีด" เป็นถ้อยคำที่น่าสะเทือนใจและมิอาจยอมรับได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน หากประชาชนไร้ซึ่งความเชื่อมั่นที่มีต่อการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจซึ่งมีหน้าที่สำคัญในการบังคับใช้กฎหมายและเป็นกลไกด่านแรกของกระบวนการยุติธรรมแล้วนั้น สังคมจะเป็นเช่นไร ?

ถึงแม้ว่าสังคมจะเคลื่อนไปตามกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและเพิ่มระดับการใช้ความรุนแรงทางสังคมมากขึ้นด้วย โดยสามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนจากการต่อสู้กันทางโลกของสังคมออนไลน์ แต่สังคมก็ยังจำเป็นต้องมีระเบียบหรือที่เราคุ้นชินกับคำว่าการจัดระเบียบของสังคม ซึ่งหมายถึงกระบวนการทางสังคมที่คอยควบคุมความประพฤติของคนในสังคมให้อยู่ในระเบียบ กฎเกณฑ์ที่สังคมกำหนดไว้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานทางสังคมซึ่งก็คือ แบบแผน มาตรฐานการปฏิบัติที่สังคมยอมรับว่าสมควรปฏิบัติตามสถานภาพและบทบาทที่แตกต่างกันไป อย่างเช่น ตำรวจต้องบริการประชาชน รักษาชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงรักษาความสงบภายในสังคมเพื่อให้คนที่เป็นอยู่ในสังคมมีชีวิตที่ผาสุก ทั้งนี้ สถานภาพ บทบาทและหน้าที่จำเป็นต้องดำรงไปอย่างสอดคล้องกัน

บรรทัดฐานทางสังคมมีทั้งที่เป็นวิถีประชาและจารีต และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกฎหมายเพื่อบังคับใช้ด้วย เนื่องจากสังคมประกอบด้วยกลุ่มคนที่แตกต่างกัน มีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มอยู่เสมอ กฎหมายจึงมีความสำคัญในการขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น หากไม่มีกฎหมายกลุ่มก็จะต้องขจัดความขัดแย้งกันเอง ตัดสินกันเองเป็นส่วนตัว ซึ่งย่อมไม่มีความยุติธรมต่อคู่ขัดแย้ง การทำหน้าที่ตามบทบาทของตำรวจที่ดีจึงไม่ใช่การเลือกข้างไปอยู่ในสถานะของคู่ขัดแย้งและไม่ควรผลักไสตำรวจให้ไปยืนอยู่ในสถานะของคู่ขัดแย้งด้วย...ตำรวจต้องยืนอยู่อย่างเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย

"อย่างน้อยพวกเขาก็ได้มีรูระบายความอัดอั้นตันใจ" นายตำรวจใหญ่ชี้แจงแสดงเหตุผลของการรวมกลุ่มของตำรวจในแต่ละกองบัญชาการภาคต่างๆ อาทิเช่นที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ลานย่าโม ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจชลบุรี เป็นต้น โดยมุ่งเน้นที่จะบอกแก่สังคมว่าเป็นการรวมพลังปกป้องเกียรติภูมิและศักดิ์ศรีตำรวจไทย

ความอัดอั้นตันใจของตำรวจมิใช่เกิดขึ้นจากการที่เพื่อนตำรวจตายเพียง ๑ ศพ หรือ ๒ ศพ จากการปฏิบัติหน้าที่ในการพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยแต่เพียงเท่านั้น เพราะการตายในหน้าที่เป็นเรื่องที่ตำรวจถูกปลูกฝังว่ามีเกียรติ หากแต่การปฏิบัติหน้าที่ในยามนี้กลับเต็มไปด้วยกระแสของการใส่ร้ายป้ายสี การกระทำย่ำยีในรูปแบบต่างๆ จนตำรวจส่วนใหญ่ยังอดที่จะหวาดกลัวกับความรู้สึกของตนเองไม่ได้ นั่นคือ กลัวว่าความอดทนอดกลั้นจะสิ้นสุดลง หากตำรวจหมดความอดทน อดกลั้นเสียแล้วอะไรจะเกิดขึ้น? การปกป้องเกียรติภูมิศักดิ์ศรีของตำรวจทำได้โดยวิธีการมาชุมนุมกัน ซึ่งไม่แตกต่างจากเหล่าฝูงชนกลุ่มต่างๆในเวลานี้เช่นนั้นหรือ? อะไรหรือใครอยู่เบื้องหลังวิธีคิดและวิธีการเช่นนี้? หากวิเคราะห์จากอุดมคติตำรวจที่เปรียบเสมือนคาถาสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนั้นยังพบว่า เรื่องของความอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บใจยังถูกจัดให้อยู่ในลำดับต้น ดั่งที่ว่า...เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก...

ในห้วงเวลาที่ความขัดแย้งของการช่วงชิงอำนาจทวีความรุนแรงในสังคมไทยยามนี้ การที่ตำรวจจะระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจผ่านการมาร่วมชุมนุมกันจะเป็นไปเพื่อแสดงพลังหรือมีเป้าหมายอย่างใดล้วนไม่บังเกิดผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเชิงบวกจากเหล่าบรรดากลุ่มบุคคลที่มุ่งหวังจะผลักไสให้ตำรวจคือคู่ตรงข้าม หรือพูดชัดๆ ว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่เกลียดหรือมีอคติต่อตำรวจเป็นทุนเดิม หากแต่กลับทำให้เห็นปรากฏการณ์ที่ชัดเจนว่าตำรวจกำลังจะประกาศตนเป็นคู่ตรงข้ามแล้ว และการรวมกลุ่มดังกล่าวทำให้ตีความหมายไปในทางที่เสี่ยงได้ว่า "อย่าข่มเหงกันนะฉันก็มีกำลังนะ ฉันก็มีพลังนะซึ่งความหมายดังกล่าวไม่ใช่วิถีปกติของตำรวจไทย ดังจะเห็นได้ว่าปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นเลยในสังคมไทย และตำรวจก็ไม่ควรจะกล่าวอ้างว่า "เพราะเหลือทนแล้ว จึงเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้น

มิใช่ว่าจะสนับสนุนให้ตำรวจจำต้องอดทน อดทน และอดทนอยู่เพียงลำพัง โดดเดี่ยว และว้าเหว่โดยไม่ได้รับการสนับสนุนสนใจไยดี หากแต่ต้องการตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลและผู้นำตำรวจจึงปล่อยให้เหล่าบรรดาไพร่พลตำรวจต้องอดทน อดกลั้นต่อการกระทำรุนแรงที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้ จนกระทั่งเหล่าบรรดาตำรวจไพร่พลเหล่านี้เริ่มมีปฏิกิริยาตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ ซึ่งหากจะตีความหมายว่า การตอบโต้ของเหล่าไพร่พลตำรวจเป็นไปในลักษณะเป็นคู่ตรงข้ามอย่างชัดเจนกับผู้ชุมนุม ย่อมหมายความว่า ตำรวจได้หลงกลติดกับดักทางการเมืองแล้วนั้น จะเป็นไปได้หรือไม่?...ลักษณะเช่นนี้ที่ทำให้ความเข้าใจผิดๆ เกิดขึ้น เช่นการนิยามที่ว่า ตำรวจมะเขือเทศใช่หรือไม่ ?

ดังนั้น การเสริมพลังให้ตำรวจเป็นตำรวจมืออาชีพ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีสมกับเป็นตำรวจของพระราชาและประชาชน จึงควรเป็นการทำให้ตำรวจมีความสามารถที่จะรักษาสถานะความอดทนอดกลั้นต่อความเจ็บใจ และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเคารพเอื้อเฟื้อ กรุณาปรานีต่อประชาชน...ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต....นี่ต่างหากคือตำรวจมืออาชีพ ไม่ใช่กลายร่างไปเป็นม็อบ (Mob) เสียเอง !!

การกระทำการด้วยปัญญาในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ยานพาหนะ เครื่องมือ เครื่องใช้ที่มีประสิทธิภาพและเพียงพอต่อการปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชนและการมียุทธวิธีที่เหมาะสมในการรับมือ รวมถึงการมียุทธวิธีที่เหมาะสมในการเสริมสร้างขวัญและกำลังใจของลูกน้องไพร่พลตำรวจต่างหากที่เป็นสิ่งที่ควรกระทำอย่างเร่งด่วน ดังนั้นหากตำรวจจะรวมกลุ่มกันอีกครั้ง ขอให้ตั้งคำถามกับรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องด้วยว่า...ไม่อายหรือที่เห็นตำรวจวิ่งหัวซุกหัวซุนหลบกระสุนโดยที่มือถือแผ่นพลาสติกและไม้โทรมๆ ?



ผมจะเป็นตำรวจมืออาชีพครับ
กราบขอบพระคุณผู้บังคับบัญชาที่ไว้วางใจ
ให้โอกาสผมทำหน้าที่ ผบ.ร้อย
ผู้ใดจะมาเป็นรัฐบาลผมก็จะเป็นตำรวจมืออาชีพ
ไม่เปลี่ยนแปลงครับ.......